การดูแลคนป่วยเป็นสิ่งที่จำเป็นที่จะต้องเรียนรู้และศึกษา เนื่องจากผู้ป่วยในปัจจุบันมีอัตราการเพิ่มขึ้นที่สูงเทียบกับในยุคหรือสมัยก่อนซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจเพราะเมื่อทำการศึกษาวิจัยพบว่าในปัจจุบันมนุษย์มีอาการป่วยจากสภาพแวดล้อมมากขึ้นและมีโอกาสป่วยได้สูงในคนที่พักผ่อนไม่เพียงพอ หักโหมทำงานหนัก ซึ่งแต่ละคนมีปัญหาสุขภาพไม่เหมือนกันบางคนมีความคงทนต่อสภาพแวดล้อมได้สูง หากอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยหรือสภาพแวดล้อมมีการเปลี่ยนแปลงบุคคลเหล่านี้จะมีการปรับตัวได้ดีสามารถอดทนกับสภาพแวดล้อมที่แตกต่างจากเดิมได้ก็จะไม่ป่วยง่าย ยิ่งในตอนนี้นั้นมีวิกฤตการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย อากาศมีความผันผวนไม่เป็นไปตามฤดูกาล ทำให้มีผู้ป่วยเกิดขึ้นเป็นอย่างมาก 

การดูแลผู้ป่วย 

การดูแลผู้ป่วยจึงเป็นหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นหมอหรือพยาบาลที่จะต้องคอยดูแลคนป่วยให้หายจากอาการหรือโรค โดยมีหลักการดูแลคนป่วยง่าย ๆ ไม่กี่ข้อ ได้แก่  

  1. การมีจิตสาธารณะ ผู้ดูแลจะต้องเข้าใจในอาการของโรคอย่างแท้จริงและเข้าใจในผลข้างเคียงของยาที่ผู้ป่วยจะต้องได้รับหากผู้ดูแลคนป่วยนั้นเข้าใจก็จะสามารถดูแลได้อย่างทั่วถึงและรู้ว่าความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นมีอะไรบ้าง รู้ว่าจะต้องดูแลตรงจุดไหนเป็นพิเศษจะทำให้ผู้ป่วยหายจากอาการป่วยได้เร็วยิ่งขึ้น 
  1. มีความใจเย็น ผู้ที่ต้องดูแลคนป่วยเป็นเวลานาน ๆ อาจมีความรู้สึกที่หงุดหงิดหรือรำคาญใจก็ขึ้นมาบ้าง แต่ก็จะต้องควบคุมอารมณ์และความรู้สึกของตนเอง ไม่ให้แสดงท่าทีหรือลักษณะอาการหงุดหงิดใส่ผู้ป่วย เพราะอารมณ์ของผู้ดูแลจะส่งผ่านไปหาผู้ป่วยบางท่านทำให้กระทบสภาพจิตใจของผู้ป่วย ส่งผลให้การรักษาทำได้ยากขึ้น 
  1. มีความรู้ความสามารถในการปฐมพยาบาลขั้นต้นและการปฐมพยาบาลของผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว มีความเชี่ยวชาญในการดูแลรักษาผู้ป่วยได้เป็นอย่างดี สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ทุกเมื่อ หากผู้ป่วยมีอาการแทรกซ้อนใด ๆ เกิดขึ้นมาในขณะที่คุณหมอยังมาไม่ถึงหรืออุปกรณ์การแพทย์ยังไม่พร้อมทำการรักษา ก็จะสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงที 
  1. ต้องมีจิตวิทยาในการพูด ผู้ดูแลผู้ป่วยหลาย ๆ คนมักจะมีทักษะในด้านนี้กันเป็นอย่างดี เนื่องจากผู้ป่วยหลาย ๆ คนอาจสูญเสียกำลังใจกับโรคที่ตนเองกำลังเผชิญอยู่เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นโรคร้ายแรงหรือโรคไม่ร้ายแรงก็ตาม ซึ่งการพูดให้กำลังใจการพูดสิ่งที่ดีให้คนไข้รู้สึกมีความหวัง มีเป้าหมายและอยากจะใช้ชีวิตต่อไป นับว่าเป็นสิ่งที่ประสบความสำเร็จเพราะการรักษาอาการของโรคไม่เป็นเพียงแต่การฟื้นฟูแค่ร่างกายแต่ต้องฟื้นฟูหัวใจไปควบคู่กัน หากสภาพจิตใจนำพาไปซึ่งอาการที่ดีขึ้น ร่างกายก็จะดีตามอย่างที่ใจตนเองคาดหวังไว้ ถ้าผู้ดูแลไม่มีศิลปะในการพูดอาจทำให้อาการของผู้ป่วยนั้นทรุดโทรมลงทำให้ยากต่อการรักษาหรืออาจทำให้ผู้ป่วยสูญเสียกำลังใจและคิดจะยอมแพ้ต่อการต่อสู้กับโรคเลยก็เป็นได้