โควิด – 19 คือ โรคติดเชื้อไวรัสที่เริ่มเข้าสู่ประเทศไทยเมื่อประมาณต้นปี 2563 โดยแพร่จากคนสู่คนผ่านทางละอองสารคัดหลั่ง อาทิ น้ำลาย เสมหะ น้ำมูก หากคนเรารับเอาละอองเหล่านั้นเข้าสู่ร่างกาย ก็จะทำให้ติดเชื้อได้ ดังนั้นกระทรวงสาธารณสุขไทยจึงออกมาตรการให้ทุกคนต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่ออกนอกบ้าน ทำให้ในช่วงแรกนั้น “หน้ากากอนามัย” กลายเป็นสินค้าขาดแคลนเพียงชั่วพริบตา และเกิดสินค้าทดแทนอย่าง “หน้ากากผ้า” ขึ้นมาในเวลาไล่เลี่ยกัน

คำยืนยันจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

              แน่นอนว่าในช่วงที่โรคอุบัติใหม่ ความกังวลของคนมีสูงมาก การซื้อ-ขายหน้ากากผ้ายังไม่ได้รับความนิยมเท่าไหร่นัก เนื่องจากคนกลัวว่าจะป้องกันเชื้อไวรัสไม่ได้ จนกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ต้องเร่งวิจัยเรื่องนี้ทันที และผลที่ได้ก็คือ หน้ากากผ้าใช้กันไวรัสสำหรับผู้ที่ความเสี่ยงต่ำได้ แต่ต้องเป็นผ้าฝ้ายมัสลิน 2 ชั้นเท่านั้น เพราะมีคุณสมบัติที่สามารถกันอนุภาคขนาดเล็กได้ ป้องกันการซึมผ่านของละอองน้ำได้ใกล้เคียงกับหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ อีกทั้งหาง่าย และสามารถซักได้หลายครั้ง นำกลับมาใช้ได้อย่างคุ้มค่า นั่นเลยทำให้การขายหน้ากากผ้าเป็นสิ่งที่คนต้องการมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งแบรนด์ขนาดใหญ่ และแบรนด์เกิดใหม่ ผลิตสินค้าออกมาแข่งขันกันต่อเนื่อง

ยืนยันอีกครั้ง สร้างความสบายใจให้คนซื้อ-ขายหน้ากากผ้า

              ต่อมาในช่วงกลางปี 2564 ที่ผ่านมา การแพร่ระบาดของโรครุนแรงมากขึ้น หน้ากากอนามัยไม่ขาดแคลนอีกต่อไปแล้ว แต่สินค้าคุณภาพที่สามารถป้องกันละอองเชื้อโรคได้ 2-3 ชั้น กลับราคาสูงขึ้น ซึ่งสวนทางกับรายได้ที่ลดลงของคนไทย ทำให้หลายคนต้องวนกลับไปหาร้านค้าที่ขายหน้ากากผ้ากันด้วยความจำเป็น และเพื่อให้คนใช้หน้ากากผ้ากันได้อย่างสบายใจ รวมถึงขายหน้ากากผ้าเป็นรายได้เสริมต่อไปได้ กรมควบคุมโรคได้ออกมาแนะนำเพิ่มเติมว่า หน้ากากผ้ายังคงใช้ได้ในสถานการณ์นี้ โดยเหมาะสำหรับทำกิจกรรมในที่ที่มีคนน้อยไม่แออัด เช่น ในบ้าน หรือนอกบ้านที่ไม่ใช่แหล่งชมชนคนพลุกพล่าน (เช่น ตลาดสด ตลาดนัด ซุปเปอร์มาร์เก็ต) แต่ถ้าหากจำเป็นต้องไปในสถานที่เหล่านั้นก็ควรใส่หน้ากาก 2 ชั้น โดยใส่หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ไว้ด้านในและสวมหน้ากากผ้าไว้ด้านนอก รวมถึงซักและตากหน้ากากผ้าให้แห้งทุกครั้งก่อนใช้งาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อให้ดียิ่งขึ้น

              แต่ไม่ว่าจะเป็นหน้ากากอนามัยแบบไหน สิ่งสำคัญที่ทุกคนต้องทำคือ

  1. ต้องคาดหน้ากากให้ถูกต้องเสมอ คือ ต้องแนบชิดหน้าและคลุมจมูก แก้ม และคาง ขอบหน้ากากต้องไม่เลื่อนลงขณะพูดคุย เพราะจะเกิดความเสี่ยงในการได้รับเชื้อ เนื่องจากจะเป็นช่องทางให้เชื้อไวรัสเข้า-ออกได้อย่างอิสระ
  2. ล้างมือก่อนสวมหน้ากากด้วยน้ำและฟอกสบู่นาน 40-60 วินาที หรือใช้แอลกอฮอล์เจล 70% ถูมือให้ทั่วนาน 20-30 วินาที หรือฉีดสเปรย์แอลกอฮอล์ 70%
  3. ไม่ใส่หน้ากากซ้ำ ควรเปลี่ยนทุก 6-8 ชั่วโมงหรือเปลี่ยนทุกวัน และเปลี่ยนทุกครั้งเมื่อหน้ากากเปียกชื้นหรือมีคราบสกปรก เนื่องจากหากมีเชื้อโควิด 19 ติดอยู่ เพราะเชื้อจะมีชีวิตอยู่นานกว่า 1 สัปดาห์
  4. หลีกเลี่ยงการสัมผัสหน้ากากขณะสวม หากจำเป็นขอให้รีบล้างมือฟอกสบู่หรือแอลกอฮอล์เจลทันที 
  5. ห้ามใช้หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าร่วมกับผู้อื่น
  6. หากมีข้อสงสัยใด ๆ สามารถคำปรึกษาได้ที่สายด่วนควบคุมโรค โทร. 1422 

สรุปแล้ว แม้ว่าตอนนี้สถานการณ์จะรุนแรงขึ้น และหน้ากากอนามัยจะหาซื้อได้ง่ายขึ้นแล้ว แต่การใช้หน้ากากผ้าหรือขายหน้ากากผ้ายังคงทำต่อไปได้ เพราะถือเป็นวิธีป้องกันโรคโควิด-19 ที่ทางสาธารณสุขแนะนำให้ใช้ควบคู่กับมาตรการอื่น ๆ อยู่